Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

สหกรณ์คลองจั่นทวงถามเงิน-ทรัพย์ของกลางมูลค่ากว่า 4,000 ล้าน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - เรื่องนี้นายกลุงตู่จะตอบว่ายังไง ดีเอสไอจะตอบว่ายังไง คดีสหกรณ์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายแล้ว จะมาตามจับหลวงพ่อธัมมชโยไปเพื่ออะไร จะบังคับให้มอบตัวไปเพื่ออะไร


  สหกรณ์คลองจั่นทวงถามเงิน-ทรัพย์ของกลางมูลค่ากว่า 4,000 ล้าน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - เรื่องนี้นายกลุงตู่จะตอบว่ายังไง ดีเอสไอจะตอบว่ายังไง คดีสหกรณ์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายแล้ว จะมาตามจับหลวงพ่อไปเพื่ออะไร
จะบังคับให้มอบตัวไปเพื่ออะไร ทำไมไม่ไปตามเงินอีก 90 % ที่เหลือมาคืนสหกรณ์ 
จะมายึดวัดพระธรรมกายเพื่ออะไร

Cr : Ptt Cnkr


วันที่  22 ก.พ.60–บอร์ดสหกรณ์คลองจั่นยื่นหนังสือร้อง “ปลัดยุติธรรม” เร่งทวงทรัพย์สินจากดีเอสไอกว่า 4 พันล้านบาท “ประกิต” โอดทวงทรัพย์ของกลางยังมืดมน ขณะสภาพคล่องลดเหลือ 300 ล้านบาท วิ่งหาเงินชำระคืนเจ้าหนี้ มิ.ย.นี้
        
คณะกรรมการ(บอร์ด) ฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เตรียมหาเงินจ่ายคืนเจ้าหนี้งวด 3 ในเดือนมิถุนายนนี้ จากปีก่อนจ่ายไปแล้ว 2 งวดกว่า 1,300 ล้านบาท  ซึ่งบอร์ดได้ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อทวงถามเงิน-ทรัพย์ของกลางมูลค่ากว่า 4,000 ล้าน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
นายประกิต  พิลังกาสา ประธานกรรมการบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ “ฐานเศรษฐกิจ” สื่อในเครือสปริง กรุ๊ป  ฉบับที่3238  ระหว่างวันที่ 23-25 ก.พ.2560ว่า  เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อทวงถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับทรัพย์ของกลางที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สั่งอายัด 3,800 ล้านบาท ซึ่งทางบอร์ดได้ยื่นขอความคุ้มครองชั่วคราวและยื่นฟ้องดำเนินคดี (คดีหมายเลข1674) กับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับพวกอีก 18 คน โดยศาลมีคำสั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ให้จำเลย 16 คนชดใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์  ซึ่งทางบอร์ดได้ประสานกับทนายความของนายศุภชัย โดยไม่ประสงค์จะอุทธรณ์ ก็สามารถนำทรัพย์ของกลางไปขายได้ แต่เนื่องจากยังติดคดีอาญาของดีเอสไอ ซึ่งนำเอาทรัพย์ของกลางดังกล่าวไปเป็นของกลางในคดีอาญาไว้ นอกจากนี้ต้องเร่งรัดดีเอสไอเพื่อหาข้อยุติคดี M-Home เพื่อขอรับเงินจำนวน 261 ล้านบาท
    
 ที่ผ่านมาบอร์ดทยอยจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ตามแผนไปแล้ว 2งวดคือ กลางปี 2559 กว่า 700 ล้านบาท และสิ้นปีอีกว่า 600 ล้านบาท ทำให้สภาพคล่องลดลงเหลือเพียง 200-300 ล้านบาท อาจไม่เพียงพอต่อการจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้งวดที่ 3 ในเดือนมิถุนายนนี้ อีกกว่า 700 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้สหกรณ์ฯ มีรายได้เข้ามาจากการชำระดอกเบี้ยเงินกู้เพียง 10 กว่าล้านบาทต่อเดือน และเงินผ่อนชำระจากวัดธรรมกายอีก 20 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเงินจากวัดธรรมกายยังค้างจ่าย  370 ล้านบาท (ก่อนหน้าวัดจ่ายมาแล้ว 684 ล้านบาท โดยนำมาเป็นเงินจ่ายคืนเจ้าหนี้ไปแล้วส่วนใหญ่) ซึ่งทางวัดสั่งจ่ายเช็คล่วงหน้า 18 งวดๆละ 20 ล้านบาท ทางบอร์ดรับชำระมาแล้ว 9 งวดๆ ต่อไปกำหนดรับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
      
“การชำระหนี้งวดที่ 3 ตัวแปรหลักคือ ดีเอสไอซึ่งนำทรัพย์ของกลางไปดำเนินคดีอาญา ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังเจรจาหาทางออก แต่ยังไม่คืบหน้า ซึ่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบถามว่าดีเอสไอหรืออัยการมีหนังสือตอบกลับมาหรือไม่อย่างไร  เพราะจากการหารือกันทางกฎหมายนั้น คดีอาญาจะมุ่งเอาผิดกับตัวบุคคล ดังนั้นทรัพย์ของกลางควรจะคืนเจ้าของ แม้ผมพยายามวิ่งเต้นทุกทาง ทุกอย่างยังมืดมน”
       
ทั้งนี้ เกี่ยวกับการฉ่อโกงสหกรณ์คลองจั่น ทางดีเอสไอได้ดำเนินคดีอาญา ทั้งคดีฉ้อโกงและคดีลักทรัพย์นายจ้าง ซึ่งเป็นคดีฟอกเงินและรับของโจร รวม  6-7 คดี กรณีคดีเอ็มโฮมนั้นมีทรัพย์ของกลางมูลค่า 261 ล้านบาท และดีเอสไอนำทรัพย์ของกลางที่ปปง.อายัด 3,800 ล้านบาทไปไว้ในคดีอาญา 
    
ในส่วนของบอร์ดได้ติดตามทรัพย์สินคืนโดยการฟ้องคดีแพ่งรวม 6 คดี อาทิ คดีที่ 4462 ทุนทรัพย์ฟ้อง 1.2 หมื่นล้านบาทส่วนใหญ่เป็นใบหุ้นที่ไม่มีราคา แต่มูลค่าที่มีจริงๆ เพียงพันกว่าล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ปปง.ยึดไว้ เช่น บ้าน ที่ดิน  กระเป๋าแบรนด์เนม  นาฬิกาโรเลกซ์ และปืน เป็นต้น ปัจจุบันศาลยังนัดไต่สวนจำเลย 30 คน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 คาดว่าจะใช้เวลาเป็นปี
         
นอกจากนี้ยังมีคดีที่ศาลตัดสินให้ยกฟ้อง (หมายเลขคดี3321) โดยศาลระบุว่า บอร์ดไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากอยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการ คดีนี้ต้องตีกลับให้เจ้าพนักงานกรมบังคับคดีดำเนินการฟ้องคดี ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการของกรมบังคับคดี
       
สำหรับสถานะของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังมีสมาชิกเคลื่อนไหวชำระค่าหุ้นอยู่ประมาณ 9,000-10,000 คน โดยมีเงินกู้กว่า 1,000 ล้านบาท ลูกหนี้ทยอยชำระคืนดอกเบี้ยกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่เจ้าหนี้รายใหญ่ยังคงให้ความร่วมมือภายในแผนฟื้นฟูเป็นอย่างดี
ที่มา www.springnews.co.th

No comments

Powered by Blogger.