Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

"ธรรมกาย" ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าจะผิดก็ผิดที่ความคิดก้าวหน้าเกินประเทศไทยมากไป จึงต้องโดน ม. 44 ด้วยข้อหาเกลียดชังหมั่นไส้ในระดับที่รุนแรงยิ่งกว่ากฎอัยการศึก !!!


"ธรรมกาย" ไม่ได้ทำอะไรผิด  ถ้าจะผิดก็ผิดที่ความคิดก้าวหน้าเกินประเทศไทยมากไป จึงต้องโดน ม. 44 ด้วยข้อหาเกลียดชังหมั่นไส้ในระดับที่รุนแรงยิ่งกว่ากฎอัยการศึก !!!



อ่านแล้วแสบๆ คันๆ แต่มันก็เป็นความเห็นต่างที่เตือนสติทุกฝ่ายได้ดี



ที่มา คอลัมน์ ใบตองแห้ง   ม.44 ปราบธรรมกาย?
หลังคนไทยปีติยินดีกับสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ไม่กี่วัน หัวหน้า คสช.ใช้ ม.44 ออกคำสั่งกลางดึก ควบคุมพื้นที่รอบวัดธรรมกาย DSI นำทหารตำรวจตรวจค้น จับฝ่าหลุนกง เอ๊ย พระธัมมชโยให้ได้ หลังประเคนข้อหาไป 300 คดียังไม่ได้ตัว
นี่คือการจับผู้ต้องหา “ฟอกเงินและรับของโจร” หรือปราบลัทธิภัยคุกคามก่อการร้าย ถึงต้องใช้คำสั่ง คสช. ใช้กำลังมากมาย
อ๋อ ใช่เลย คนเกลียดธรรมกายก็จะบอกว่าเพราะพระธัมมชโยไม่ยอมมอบตัว เพราะสาวกขัดขวางการจับกุม ฯลฯ แต่การทุ่มทุน “ขี่ช้าง” สำหรับผู้ต้องหาคดีอาญาธรรมดารายเดียว ก็ทำให้คนสงสัยว่า คดีธรรมกายมี agenda ใช่ไหม ไม่ใช่คดีธรรมดาตั้งแต่ต้น? หากเป็น “ภารกิจปฏิวัติ” ที่ต้องจัดการลัทธิภัยคุกคามให้ได้ ภายในยุครัฐบาลทหาร
เพราะร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ก็สอดรับกัน ให้รัฐสนับสนุน “พุทธเถรวาท” และต้องมีมาตรการกลไกป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ไม่ว่ารูปแบบใด
ไชโยสิครับ ชาวพุทธทั้งหลาย พระศาสนาจะผ่องใสบริสุทธิ์ แต่ไม่ใช่ด้วยการเผยแผ่หลักธรรมหักล้างคำสอนผิดเพี้ยนของลัทธิจานบิน จนคนเข้าถึงแก่นพุทธ แต่พระศาสนาจะบริสุทธิ์ ด้วยการใช้อำนาจรัฐประหารกวาดล้าง “มารนอกรีต”
หรือนี่คือวิถีพุทธ ที่บรรดาผู้เข้าถึงแก่นธรรมคงดีใจฝุดๆ ถ้าได้เห็นวัดธรรมกายถูกปิด เห็นพระธัมมชโยถูกจับสึก ถูกลากคอเข้าคุก
ประหลาดดี ที่เหล่าผู้อ่านหนังสือท่านพุทธทาส ท่านปัญญา พระประยุทธ์ เชื่อว่าตัวเองเข้าถึงพุทธแท้ๆ กลับมีความเกลียดชังฝังใจและเชื่อว่าต้องใช้อำนาจขจัดมาร
แน่ละ ถ้าจะกวาดล้างธรรมกายจริงๆ จับพระธัมมชโยอย่างเดียวคงไม่พอ คงต้องมีมาตรการใช้อำนาจอื่นๆ ตามมา แต่ถามจริง ใช้อำนาจแล้วขจัดความเชื่อถือศรัทธาของสาวกได้ไหม ที่สำคัญ ใช้อำนาจแล้วจะปกปักรักษาพระพุทธศาสนา “เถรวาท” ให้พิสุทธิ์ผ่องใสได้จริงหรือ

เคยฟังหลวงพี่ไพศาล วิสาโล พูดไหมว่า “กรณีพระธัมมชโย/ธรรมกาย เป็นปัญหาที่ร้ายแรงในตัวมันเอง ขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าของวงการพุทธศาสนาไทย”
คำสอนที่ผิดเพี้ยนของธรรมกายเกิดขึ้นไม่ได้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาร้ายแรงของวงการพุทธไทย



ธรรมกายรุ่งเรืองมาหลายสิบปี พร้อมกับที่สังคมไทยเปลี่ยนสู่ทุนนิยมบริโภค ผู้คนเคว้งคว้างไม่มีที่พึ่งทางใจ พึ่งหมอดูคุณไสย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ วัดเปลี่ยนไปเป็นสถานประกอบพิธีกรรม ให้เช่าศาลาตั้งศพ ขายถังสังฆทาน เกจิอาจารย์ก็ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง “กูให้มึงรวย” แทบไม่เหลือความผูกพันระหว่างวัดกับบ้าน แทบไม่เหลือการสนทนาธรรม ถ้าเป็น “พระป่า” ก็พาไปโน้น! วิปัสสนากรรมฐาน มุ่งสู่นิพพาน เกินความต้องการชาวบ้านทั่วไป
ธรรมกายอาศัย “ระบบจัดตั้ง” เข้มแข็ง ที่ว่าเหมือนระบบขายตรง รับคนเข้ากลุ่ม สร้างสังคมเพื่อนมิตร มีที่ระบาย มีพระพี่เลี้ยงที่มีการศึกษา พูดจาทันสมัย จึงดึงดูดคนชั้นกลางเคว้งคว้างเข้าไป “บำบัดจิต” มากมาย ซึ่งไม่มีใครสนหรอกว่าคำสอนผิดเพี้ยนหรือไม่ แต่ถ้าเข้าวัดแล้วสบายใจ จ่ายเท่าไหร่ก็เท่ากัน
แน่ละ ธรรมกายน่ากลัวเพราะขยายลัทธิด้วยการอิงอำนาจ ทั้งอำนาจการเมือง อำนาจคณะสงฆ์ แถมยังใช้เงินที่มีไม่อั้น ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ แต่ปัญหาของวงการพุทธศาสนา ไม่น่ากลัวกว่าหรือ
ความเชื่อศรัทธาของสาวกธรรมกายจะเสื่อมสลายไป เพราะพระธัมมชโยติดคุกไหม ต่อให้ใช้อำนาจไล่บี้ธรรมกายจนเป็นลัทธินอกรีต ปิดวัด ปิดสาขา ไม่มีที่ยืนแบบฝ่าหลุนกง แล้วจะทำลายศรัทธาได้ไหม
นี่ยังไม่พูดถึงอิทธิพลของธรรมกายที่แฝงอยู่ในคณะสงฆ์ ในคนระดับบนของสังคม อย่าลืมนะครับ สาเหตุหนึ่งที่ธรรมกายขยายอิทธิพลได้ ก็อาศัยความน้อยเนื้อต่ำใจของพระมหานิกาย ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน


รัฐใช้ ม.44 บุกธรรมกายได้ โดยอาศัยกระแสสื่อ กระแสสังคม ที่โหมกันมานาน จนกลายเป็นถ้าไม่ใช้อำนาจรัฐประหารยึดทรัพย์ เอ๊ย จับพระธัมมชโย ก็ไร้น้ำยา คำถามคือการปลุกกระแสเกลียดชัง ทำให้พระศาสนาสูงส่งขึ้นไหม หรือปลุกให้เกลียดธรรมกายเพราะเชื่อว่าอิงอำนาจทักษิณ ฉะนั้นก็หนามยอกหนามบ่ง พึ่งอำนาจรัฐประหารฟาดฟัน
ถามจริง ใครเสื่อมกันแน่ ถ้าวงการพุทธไทยเสื่อม แต่ชี้ให้มองแค่ธรรมกาย อนาคตศาสนาจะเป็นอย่างไร จริงหรือ ที่เกลียดธรรมกายแล้วได้เป็นพุทธแท้ (เกลียดนักการเมืองแล้วได้เป็นคนดี) ชาวพุทธที่มีแต่ความเกลียดชัง คั่งแค้น อำนาจนิยม ทั้งทางโลกทางธรรม จะนำประเทศและศาสนาไปทางใด





อ่านแล้วแสบๆ คันๆ แต่มันก็เป็นความเห็นต่างที่เตือนสติทุกฝ่ายได้ดี


1. การใช้ ม.44
คือหลักฐานยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่คดีอาญาธรรมดา แต่มีวาระซ่อนเร้นต้องการจับพระธัมชโยสึก และกวาดล้างธรรมกายให้สิ้นซากมาตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่
2. การขจัดธรรมกายให้สิ้นซาก จะทำให้เถรวาทบริสุทธิ์ผุดผ่อง สมดังเจตนารมณ์ของมาตรา 67 ในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่
3. การส่งเสียงเชียร์เพื่อใช้กำลังทำลายล้างคนที่ไม่ชอบให้พินาศไป นี่คือแนวทางของชาวพุทธที่อ่านทั้งหนังสือพุทธทาส ท่านปัญญา เจ้าคุณประยุตจบแล้ว เชื่อว่าตนเองเป็นพุทธแท้ใช่หรือไม่
4. ธรรมกายเติบโตขึ้น เพราะพุทธสายหลักไม่สามารถตอบโจทย์สังคมทุนนิยม พระสายป่าทิ้งคนเมือง และพระสายเมืองทิ้งความผูกพันบ้านกับวัดใช่หรือไม่ ?
5. ชาวพุทธที่มีแต่ความเกลียดชัง คั่งแค้น อำนาจนิยม ทั้งทางโลกทางธรรม จะนำประเทศและศาสนาไปทางใด ?

คำถามทั้ง 5 ประเด็นนี้ หาคำตอบได้ในบทความนี้
-----------------------------------------------
หลายคนเมื่ออ่านบทความนี้จบลง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย เชื่อว่ามีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงข้อให้ข้อมูลอีกด้าน
ในมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายนั้น เท่าที่ได้สัมผัสเองโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีพื้นฐานคล้ายๆ กัน คือ
1. ชอบทำงานใหญ่ที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม 
2. ต้องการสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิต 
3. ชอบนั่งสมาธิ
4. ชอบใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างสงบ 
5. ไม่ต้องการมีครอบครัว

ประเทศใต้หวัน
 วัดฝอกวงซัน  มีนักบวช 1,200รูป จัดตั้ง สมาคมพุทธประทีป ซึ่งมีศูนย์สาขาถึง 250 แห่งทั่วโลก จัดตั้ง มหาวิทยาลัยหนานฮวา มหาวิทยาลัยฝอกวง สถานีโทรทัศน์ช่องเหรินเจียน และ หนังสือพิมพ์เหรินเจียนฝูเป้า






 ขณะเดียวกัน วัดเองก็วางเป้าหมายไว้ที่การสร้างวัดให้มีความทัดเทียมกับมาตรฐานของมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เป็นต้น
เมื่อการออกแบบองค์กรของวัดเป็นแบบนี้ จึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้พอดี นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงมาเป็นกำลังอาสาสมัครให้วัดนี้ไม่ขาดสาย และกลายเป็นการขยายงานเผยแผ่ธรรมะไปทั่วโลกตามมา




 



 แน่นอนความคิดแบบนี้ ไม่สอดคล้องกับความคุ้นเคยของสังคมไทย จึงกลายเป็นที่มาของข้อกล่าวหาอันมากมายในปัจจุบัน และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงการใช้ ม.44
สรุปสั้นๆ คือ วัดพระธรรมกายไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผิดที่มีความคิดก้าวหน้าเกินประเทศไทยมากไป จึงต้องโดน ม. 44 ด้วยข้อหาเกลียดชังหมั่นไส้ในระดับที่รุนแรงยิ่งกว่ากฎอัยการศึกนั่นเอง
Cr : Ptt Cnkr

No comments

Powered by Blogger.