Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

คำชี้แจ้งของวัดพระธรรมกาย 23 ก.พ. 2560 เหตุการณ์อาคารบุญรักษา นั้นหน้าที่ตรวจค้น เป็นหน้าที่ของ DSI ส่วน ทหาร มีหน้าที่ ดูแลพื้นที่รอบนอกเท่านั้น แต่การ “บุก” เข้ามา ไม่ใช่ เป็นการตรวจค้น ถือว่า เป็นการสร้างความหวาดระแวง


คำชี้แจ้งของวัดพระธรรมกาย 23 ก.พ. 2560

เหตุการณ์อาคารบุญรักษา นั้น หน้าที่ตรวจค้น เป็นหน้าที่ของ DSI ส่วน ทหาร มีหน้าที่ ดูแลพื้นที่รอบนอกเท่านั้น แต่การ “บุก” เข้ามา ไม่ใช่ เป็นการตรวจค้น ถือว่า เป็นการสร้างความหวาดระแวง
1.เหตุการณ์อาคารบุญรักษา นั้น หน้าที่ตรวจค้น เป็นหน้าที่ของ DSI ส่วน ทหาร มีหน้าที่ ดูแลพื้นที่รอบนอกเท่านั้น แต่การ “บุก” เข้ามา ไม่ใช่ เป็นการตรวจค้น ถือว่า เป็นการสร้างความหวาดระแวง ให้กับพระภิกษุ และประชาชน ด้านใน ถึงแม้ไม่มีการปะทะรุนแรง แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ อีก

2.ส่วนกรณีที่ นำ พระ 6 รูป ประชาชน 20 กว่าคน ซึ่งถูกนำไปควบคุมที่ กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) ขณะนี้ทราบข่าวว่าได้รับการปล่อยตัวแล้ว ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน
3.ส่วนพื้นที่ ตลาดกลางคลองหลวง ที่มีกลุ่มประชาชนไปปักหลักอยู่บริเวณนั้น ได้รับรายงานว่า
 3.1. เป็นกลุ่มสาธุชนที่เข้าวัดไม่ได้
 3.2. เป็นญาติๆ ของพระสงฆ์สามเณร อุบาสกอุบาสิกา และประชาชน ที่อยู่ในวัด มาเยี่ยมเยียนด้วยความเป็นห่วง เพราะเหตุรุนแรงจากเจ้าหน้าที่
 3.3. ชาวพุทธทั่วประเทศที่รู้สึกว่า ลูกพระพุทธเจ้าด้วยกัน ถูกรังแก จึงเดินทางมาสมทบ เพราะเป็นห่วงพระพุทธศาสนา ได้รับรายงานว่า มาจากทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอิสาน และต่างประเทศ







4.ขอเรียกร้องให้ท่านผู้นำประเทศว่า คนไทยรักสงบ และพระพุทธศาสนา เป็นวัฒนธรรม ประจำชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดหวังและอยากมาสัมผัส และในปี 2559 ที่ผ่านมา สถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัว ดังนั้น ภาพข่าวที่มีการบุกล้อมวัด การทำร้ายพระสงฆ์ เป็นภาพที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ชาวต่างชาติที่รักประเทศไทยอยากเห็น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศ
5.ขณะนี้ มีองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ส่งจดหมายตอบกลับแสดงความห่วงใยมาถึงวัดพระธรรมกายว่า ขอสนับสนุนและยืนหยัดร่วมกับวัดพระธรรมกาย และกำลังเฝ้าจับตาดูตลอดเวลา กรณีหากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร ด้วยความห่วงใย อาทิ 
(1) Amnesty International THAILAND ร่วมกับ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแถลงการณ์ เรียกร้องให้หยุดใช้มาตรา 44 และใช้กระบวนการยุติธรรมปกติกรณีวัดพระธรรมกาย ( http://www.tlhr2014.com/th/?p=3520 ) และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
(2) องค์กร Asian Federation Against Involuntary Disappearances (AFAD) (สหพันธ์เอเชียผู้ต่อต้านการหายตัวไปโดยไม่สมัครใจ) ขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับจากกองกำลังนับพันนาย จากทหารและตำรวจ ขอสนับสนุนและยืนหยัดร่วมกับวัดพระธรรมกาย ในความถูกต้อง พิทักษ์อิสรภาพเรื่องการนับถือศาสนา และ ขอส่งกำลังใจให้วัดพระธรรมกาย ขอให้กลับมาสู่ปกติโดยเร็ววัน
(3) องค์กร Global Centre for the Responsibility to Protect Research Analysis (GCR2P) ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทางองค์กรสามารถกระจายข้อมูลออกไปทางสื่อต่างๆ และองค์กร NGOs ในเครือข่าย 
(4) องค์กร Philippine Alliance of Human Rights Advocates (PAHRA) ประเทศฟิลิปปินส์ ยินดีที่จะช่วยเหลือวัดพระธรรมกายทุกเมื่อ

5.ในช่วงนี้ คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ (ปยป) กำลังดำเนินการด้วยดี เป็นบรรยากาศที่ดีของประเทศ อยากให้ทุกฝ่าย เข้าสู่โหมดปรองดอง การบังคับกฏหมายใช้ และ ม.44 ครบถ้วนดีแล้ว ที่ผ่านมาทางวัดและลูกศิษย์ ได้แสดงเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามตามมาโดยตลอด เชื่อว่าทางรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แต่ขอร้องให้หยุดใช้ความรุนแรง
 เพราะพระสงฆ์สามเณรสาธุชน มีคนกดดัน และลำบากในการปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติธรรม ลำบากในการบิณฑบาตรซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ ลำบากในด้านขบฉัน เพราะไม่สามารถลำเลียงอาหารเข้ามาได้ รวมทั้ง ลำบากในการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ เพราะมีกองกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายอยู่ล้อมวัด และมีการบุกเข้ามาเป็นระยะ เช่นนี้แล้วจึงทำให้สาธุชน หวาดระแวง วิตกกังวล และไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอความกรุณาโปรดอย่าใช้ความรุนแรงกับพระสงฆ์สามเณรและประชาชนเลย

No comments

Powered by Blogger.