Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

ข่าวชี้แจงของวัดพระธรรมกาย 24 ก.พ. 2560 ระงับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ WIFI “สร้างความมืดบอดให้กับสังคม”


ข่าวชี้แจงของวัดพระธรรมกาย 24 ก.พ. 2560 
ระงับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ WIFI  “สร้างความมืดบอดให้กับสังคม”



1. วัดพระธรรมกาย ไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ตรงข้าม มีส่วนสร้างความมั่นคง ปรองดอง และสันติสุขให้กับประเทศ อาทิเช่น
(1) เมื่อมีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางวัดก็ไปช่วยถวายสังฆทานพระภาคใต้ ทุกเดือน มาเป็นปีที่ 13 จำนวน 125 ครั้งแล้ว
(2) เมื่อมีปัญหาวัดร้าง เพราะพระบวชน้อยลง ทางวัดได้จัดกิจกรรม บวชพระแสนรูปทั่วไทย มากว่า 10 กว่าครั้งแล้ว (บวชฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ทำให้มีผู้สนใจบวชอยู่ต่อมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาวัดร้าง
(3) เมื่อมีปัญหาเยาวชนตีกัน หรือมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ตั้งครรภ์ในวัยเยาว์ ทำแท้ง ฯลฯ จึงมีโครงการเด็กดีวีสตาร์ 1 ล้านคน เพื่อให้มาทราบถึงพระคุณพ่อแม่ การสร้างบารมีของพระพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์ผู้อื่น รักษาศีล 5 เพื่อให้เด็กรักตัวเอง และรักพ่อแม่ แก้ปัญหาเยาวชน
(4) เมื่อมีภัยธรรมชาติ ทั้งวาตภัย อุทกภัย ธรณีพิบัติ วัดพระธรรมกาย ก็ส่งพระภิกษุสามเณร และสาธุชน ไปมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ก็เป็นประจำทั้งในและต่างประเทศ เช่น เนปาล ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เมียนมาร์ เป็นต้น
(5) โครงการตักบาตรพระ 2 ล้านรูปทั่วไทย นอกจากได้ของลงไปช่วยภาคใต้และภัยพิบัติทั่วประเทศแล้ว ทุกครั้งที่จัดงาน ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกความเห็นต่าง จากทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ โรงเรียน ภาคเอกชน 
 ฯลฯ
โครงการต่างๆ เพื่อช่วยแก้หรือบรรเทาปัญหาสังคมในด้านต่างๆ สิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แต่เป็นสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ สร้างบุคลากรที่มีบุคลากรคุณภาพทางศีลธรรมให้สังคม เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนากับประเทศอย่างเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาคนตามพุทธวิธี แต่น่าอนาถใจว่า วัดพระธรรมกายถูกข้อกล่าวหาว่า เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด 
2. ทางวัด ได้รับรายงานว่า กสชท. สั่ง ระงับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ WIFI ทั่วบริเวณพื้นที่ เพื่อตัดสัญญาณรับส่งข้อมูลข่าวสาร โดยอ้างเหตุว่า เปิดแนวรบทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก นั้น วัดพระธรรมกาย ขอชี้แจงว่า วัดไม่ได้รบกับใคร และไม่ได้สู้กับรัฐบาลหรือ คสช. และแจ้งไปยังสื่อบางสำนัก กรุณาอย่าสร้าง “มายาคติผิดๆ” ให้กับวัดและลูกศิษย์ 
เพียงแค่วัดและลูกศิษย์ ขอมีโอกาส ชี้แจงข้อมูลความจริง ผ่านสื่อต่างๆ ตามหลักขั้นพื้นฐานของมนุษย์ว่าด้วย เสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การตัดสัญญาณโทรศัพท์ แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐทำเกินกว่าเหตุ เพราะสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในละแวกอำเภอคลองสามนี้ และที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ ไม่กล้าสู้ความจริง 
 เพราะการเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ชี้แจงสู่สาธารณะชน เป็นการเปิดโอกาสให้วิญญูชน รับฟังข้อมูลข่าวสารทั้งสองทาง คือ รัฐและวัด วิญญูชนย่อมตัดสินเองว่า ข้อมูลด้านไหนน่าเชื่อถือมากกว่ากัน เมื่อเทียบกันแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐ มีสรรพกำลังด้านเทคโนโลยีพร้อมมาก รวมทั้งมีหน่วยงานข่าวกรอง ทั้งด้าน ทหาร ตำรวจ หน่วยงานความมั่นคง กอ.รมน. สันติบาล สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ส่วนวัดนั้น พระมีเพียงบาตรเปล่า โยมเพียงมีเปล่าๆ เท่านั้น ขอเพียงมีช่องทางในการชี้แจงความจริง เพื่อพิสูจน์ความจริง เท่านั้น 
และยิ่งไปกว่านั้น โยมพ่อโยมแม่ของพระสงฆ์สามเณร และญาติๆ ของประชาชนที่อยู่ในวัด เมื่อติดต่อคนในวัดไม่ได้ ย่อมสร้างความทุกข์ใจให้กับคนเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องทั่วประเทศ และต่างประเทศด้วย ดังนั้น การตัดสัญญาณการสื่อสาร เท่ากับ “สร้างความมืดบอดให้กับสังคม” จึงเรียกร้องให้ท่านเปิดสัญญาณโทรศัพท์เป็นปกติ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ท่านมีความจริงใจ และ “กล้าสู้ความจริง” 
3.ขณะนี้ มีพระมหาเถระทั่วประเทศ ทะยอยส่งและแสดงความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมืองและสถานการณ์พระพุทธศาสนา ที่กำลังเกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกาย จึงทำหนังสือถึงท่านนายกฯ ให้ยกเลิก ม.44 เพื่อระงับไม่ให้เกิดความรุนแรงต่อพระพุทธศาสนา ชีวิตของพระสงฆ์สามเณรและประชาชน อาทิ 
(1) พระเทพปริยัติ วัดเจ็ดยอด เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่
(2) พระราชมงคลรังษี ประธานสงฆ์วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา 
(3) พระครูพิทักษ์เจติยานนท์ เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จังหวัดน่าน
(4) พระครูปริยัติภัทรคุณ เจ้าคณะอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
(5) พระเทพมังคลาจารย์ วัดท่าตอน รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่
4.พรุ่งนี้ 25 ก.พ. 2560 เป็นวันพระ แรม 14 ค่ำเดือน 3 พระภิกษุ ต้องลงโบสถ์ ฟังสวดพระปาฏิโมกข์ ทบทวนศีล 227 ข้อ ขอความเมตตาทางเจ้าหน้าที่ งดใช้ความรุนแรง เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ ได้มีโอกาสปฏิบัติศาสนกิจ ตามพุทธโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
5.ขอให้ทุกท่านน้อมนำรับสั่งของ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (อัมพรมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ที่รับสั่งกับรัฐบาลว่า ขอให้ยุติด้วยความเรียบร้อย ไม่รุนแรง

No comments

Powered by Blogger.