Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

ขนาดผมไม่ใช่ชาวพุทธยังไม่กล้าที่จะใช้ถ้อยคำหยาบคายเหล่านั้นกับ #ธรรมกายเลย!! >>>มุมมองเพื่อนต่างศาสนา โดย อ.ไวยิ่ง ทอบือ >>> เล่นงาน“ธรรมกาย”เกินไปหน่อยไหม?


ขนาดผมไม่ใช่ชาวพุทธยังไม่กล้าที่จะใช้ถ้อยคำหยาบคายเหล่านั้นกับ #ธรรมกายเลย!!
>>>มุมมองเพื่อนต่างศาสนา โดย อ.ไวยิ่ง ทอบือ >>> เล่นงาน“ธรรมกาย”เกินไปหน่อยไหม?
ผู้นำสิทธิมนุษยชนและนักอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า(กะเหรี่ยง)

 ก่อนอื่นเรียนให้ทราบว่า..ผมไม่ใช่ศิษย์ธรรมกาย ผมไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ(ผมนับถือศาสนาคริสต์) ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับวัดธรรมกาย ผมไม่รู้จักพระธรรมกายเป็นการส่วนตัว ฯลฯ แต่ผมจะขอพูดในฐานะคนนอกศาสนา เพราะหลายปีมานี้ผมเห็นข่าว
ธรรมกายผ่านสื่อต่างๆเยอะมากเห็นเกือบทุกวันว่าจะจัดการกับวัดธรรมกายอย่างนั้นอย่างนี้ บางคนใช้ถ้อยคำวาจาที่หยาบคายต่อพระวัดธรรมกาย มีการตัดต่อภาพพระธรรมกายซึ่งดูแล้วไม่สมควรกระทำต่อพระสงฆ์ฉกเช่นนั้น (ที่กล้าพูดเช่นนี้เพราะเชื่อว่าเป็นภาพตัดต่อ ไม่มีพระจริงรูปไหนหรอกที่แต่งตัวชุดสตรีออกงานเป็นแน่ ยังไงๆเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นมั่นใจว่าเป็นภาพตัดต่อ) และพฤติกรรมอีกหลายๆอย่างที่ทำกับธรรมกายนั้นมันเกินไปไหม?
ขณะที่มีคนด่าทอว่าร้ายกล่าวหาวัดธรรมกายต่างๆนานาอยู่นั้น แต่ผมกลับเห็นว่าธรรมกายได้ทำหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเยอะมาก วัดธรรมกายไม่ได้มีหน้าที่แค่สวดในงานศพ สวดงานวัด สวดงานขึ้นบ้านใหม่ หรือแค่พิธีกรรมทางศาสนา หากแต่ธรรมกายทำอะไรมากกว่านั้น พัฒนาเศรษฐกิจ/สังคมมากพอๆกับกระทรวงหนึ่งด้วยซ้ำไป
วัดธรรมกายเป็นพระเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ไม่ว่าพื้นที่ทุรกันดารสักแค่ไหน ธรรมกายเป็นพระที่มีหัวก้าวหน้าทันสมัยมีสื่อสำหรับเผยแพร่พระพุทธศาสนา สื่อสารให้คนเข้าใจง่ายเห็นภาพ ธรรมกายทำหน้าที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาค้ำชูศาสนาพุทธให้สืบทอดต่อไปก่อนที่คนเหล่านั้นจะหันไปนับถือศาสนาอื่นๆ นี่คือสิ่งที่ธรรมกายทำได้ดีในเวลานี้
พูดถึงการทำบุญต้องยอมรับว่าทุกศาสนามีการทำบุญไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ มีผลประโยชน์ในกิจกรรมนั้นทุกศาสนาทั้งนี้สำคัญว่าเงินที่ได้มานั้นไปใช้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับสังคมประเทศชาติเท่านั้นเอง
การที่ลูกศิษย์วัดธรรมกายเหล่านั้นออกมาปกป้องวัดธรรมกายจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะทำเช่นนั้น
หากผมเป็นศิษย์ธรรมกายแน่นอนครับผมก็ต้องออกมาปกป้องสถาบันสุดชีวิต
เหมือนศิษย์พระที่ออกมาปกป้องวัดธรรมกายของเขาในเวลานี้ ต่อให้ต้องตายก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองต่อสถาบันของเราถึงสุดน่ายกย่องด้วยซ้ำไปที่มีลูกศิษย์ที่ภักดีต่อวัดได้ขนาดนี้ กลับน่าอดสูน่ารังเกียจมากกว่ากับศิษย์พวกทรยศที่ออกมาแฉข้อบกพร่องบางอย่าง หากแม้ว่าธรรมกายไม่ดีจริงอย่างที่เราคาดหวังคุณถอยออกมาห่างๆ ถือว่าคุณได้ลงโทษเขาแล้ว(คนทรยศพวกนี้คบไม่ได้)
การที่ธรรมกายถูกตั้งข้อกล่าวหาไม่ได้หมายความว่าธรรมกายจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ตัวอย่างถ้าใครสักคนเอาเงินที่โกงมาบริจาคให้เราโดยที่เราไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย แต่ต้องมาถูกตั้งข้อหาด้วยเล่นการเมืองใส่กันแบบนี้ถือว่าเข้าข่ายรังแกกลั่นแกล้งกันมากเกินไปหรือไม่
ตัวอย่างอดีตพระสงฆ์ทางภาคเหนือหลายรูปที่ถูกทางการหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกลั่นแกล้งยัดข้อกล่าวหาต่างๆ มีพระสงฆ์บางรูปต้องจองจำอยู่ในคุกหลายครั้ง บางรูปต้องหันไปห่มขาวแทนผ้าเหลือง แต่เชื่อไหมว่ายิ่งโดนกระทำศรัทธายิ่งเพิ่มขึ้นๆ แม้ท่านมรณภาพไปนานแล้วก็ตาม แต่ผู้คนยังเลื่อมใสศรัทธากราบไหว้จวบจนทุกวันนี้ (ลองศึกษาประวัติพระที่ถูกลงโทษในอดีตดูเอาเอง) ผมเกรงว่าใช้วิธีชั่วๆแบบนี้กับธรรมกายหรือเปล่า
 การที่ชาวพุทธด้วยกันย่ำยีวัดธรรมกายด้วยคำพูดหยาบคาย เห็นแล้วน่าอดสูยิ่งนัก ขนาดผมไม่ใช่ชาวพุทธยังไม่กล้าที่จะใช้คำพูดหรือกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นเลย(กลัวบาป) แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชาวพุทธทำไมชาวพุทธที่เห็นต่างกันถึงกล้าด่าทอพระสงฆ์ด้วยคำพูดคำหยาบคายมากถึงขนาดนั้น ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
 ฝ่ายที่ไม่ชอบวัดธรรมกายได้ตั้งข้อกล่าวหาปฏิบัติการต่อวัดธรรมกายมากเกินไปหรือไม่ ต่อให้คุณปราบวัดธรรมกายราบคาบแต่เชื่อเถอะว่าคุณไม่สามารถทำลายความศรัทธาที่พวกเขามีต่อธรรมกายได้หรอก หากแต่ยิ่งจะมีคนศรัทธาเห็นใจธรรมกายมากกว่าเดิม บอกได้แค่นี้ ถ้าไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ 
หรือว่าฝ่ายตรงข้ามทำดีไม่เท่ากับธรรมกาย อิจฉาริษยายัดข้อหาได้ทุกเรื่อง เจ้าหน้าที่รัฐเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม

3 comments:

  1. คนที่มีใจเป็นกลาง ได้ฟัง 4 ประเด็นนี้แล้ว ก็จะรู้สึกว่า กระบวนการยุติธรรม มันอันตราย ไม่โปร่งใสตรงไปตรงมา การใช้ ม.44 แทนกฎหมายปกติก็ดูไม่สมเหตุสมผล และทำเกินกว่าเหตุ

    1) เมื่อหลักฐานเชื่อมโยงข้อหาฟอกเงินไม่มี รัฐจึงไม่สามารถเอาผิดท่านได้ด้วยกฎหมายธรรมดา รัฐก็เลยต้องใช้ ม.44 จับกุมท่าน เพื่อจะเอาผิดท่านให้ได้

    2) การแจ้งข้อหาแจ้งที่ไหนก็ได้ แจ้งในคุกในค่ายทหารได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมไปแจ้งที่วัด มีเจตนาจะออกหมายจับไว้ก่อนแล้ว

    3) วัดเป็นศาสนสถานที่ประชาชนเป็นผู้สร้างขึ้นจากการบริจาคทรัพย์ให้แก่พระพุทธศาสนา การไปวัดจึงไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย พระในวัดไม่ใช่ผู้ต้องหา ไม่สามารถเอาผิดด้วยกฎหมายปกติได้ จึงต้องใช้คำสั่ง ม.44 เพื่ออ้างเหตุว่าใครขัดคำสั่ง ม.44 ถือว่าผิดกฎหมาย จับกุมได้ทันที

    4) การใช้ ม.44 จึงขัดต่อนิติรัฐทั้งสองส่วน คือ ขัดต่อหลักกฎหมายปกติและขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่รัฐบาลเขียนขึ้นเอง

    ส่วนคนที่ไม่ชอบวัดพระธรรมกาย ได้ฟังแล้วจะรู้สึกว่าขัดใจ ถ้าใช้กฎหมายปกติไม่ได้ก็ใช้ ม.44 จัดการไปเลย เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว ความเกลียดชังนี่แหละที่ทำให้ความไม่ถูกต้องถูกรับรองให้กลายเป็นความถูกต้องขึ้นมาได้

    ความปรองดองของประเทศนี้ที่มันไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังใช้ความเกลียดชังรับรองความไม่ถูกต้องให้กลายเป็นความถูกต้อง เพียงเพราะสะใจที่ได้เห็นคนที่ตัวเองเกลียดชังถูกทำลาย แม้จะด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย

    ปัญหาเรื่องวัดพระธรรมกาย ยังอยู่ที่สังคมไทยใช้ความเกลียดชังรับรองความไม่ถูกต้องให้กลายเป็นความถูกต้องเหมือนเดิม แม้ว่าพระในวัดพระธรรมกายจะไม่เคยไปฆ่าใครตายเหมือนกับโจรใต้ก็ตาม

    -----------------------------------------------------------------------

    21 กุมภาพันธ์ 2560

    20.20 น.

    .

    ReplyDelete
  2. เห็นด้วยครับกับท่านอาจารย์ผู้นี้ ในสายตาเพื่อนๆชาวอเมริกัน เพื่อนผม ที่เป็นชาวคริสต์ ก็มีความคิอแบบเดียวกับท่านผู้นี้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการย่ำยีทำลายพระและวัดธรรมกาย หลังจากหมดอำนาจวาสนาแล้วคงจะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นคนที่ทรยศต่อชาติศาสนา สมควรถูกจารึกชื่อไว้บนหนังสัตว์บางประเภทที่ไม่ใช่สุนัข เพราะหมามันดีเกินไป

    ReplyDelete
  3. ขอบคุณที่ให้กำลังใจ

    ReplyDelete

Powered by Blogger.