Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

คลิกที่นี่แล้วคุณจะรู้ว่า Who?? ประกาศตนเป็นปรปักษ์กับวัดพระธรรมกาย


“ดีเอสไอ” เป็นกองหน้ารุกไล่ พระเทพญาณมหามุณี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) 
ในข้อหาฟอกเงินและรับของโจร
พลังผลักดันอย่างแท้จริง เป็นไปตาม “คำชี้แนะ” ของ 3 คนนี้ สัมผัสได้จากการเคลื่อนไหวของ 

1. พระสุวิทย์ ธีรธัมโม 

2. นายไพบูลย์ นิติตะวัน   

3. นพ.มโน เลาหวณิช

ทั้งสามคนนี้ เป็นฝ่ายประกาศตนเป็นปรปักษ์กับวัดพระธรรมกายอยู่ข้างเดียวมานาน นายมโนตั้งแต่ปี 2537 พระสุวิทย์ตั้งแต่ปี 2542 นายไพบูลย์ตั้งแต่ปี 2557
เมื่อเป็นแบบนี้ แล้วจะให้วัดพระธรรมกายเชื่อในความโปร่งใสของดีเอสไอและกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร
คล้ายกับว่าเบื้องหน้าสถานการณ์รุกไล่ พระเทพญาณมหามุณี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) ในข้อหาฟอกเงินและรับของโจรจะมีกรมสืบสวนคดีพิเศษหรือ “ดีเอสไอ” เป็นกองหน้า
เป็นเช่นนั้น กระนั้น หากติดตาม “สถานการณ์” นับแต่วันที่ 26 พฤษภาคม เป็นต้นมา “สังคม” ก็เริ่มรับรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า เหมือนกับจะ “เป็น” เช่นนั้น แต่ก็ “ไม่จริง” เพราะว่าพลังดันอย่างแท้จริงสัมผัสได้จากการเคลื่อนไหวของ 1 พระสุวิทย์ ธีรธัมโม 1 นายไพบูลย์ นิติตะวัน และ 1 นพ.มโน เลาหวณิช
การดึง นพ.มโน เลาหวณิช ร่วมประชุม “วางแผน” ยืนยัน “ไม่ธรรมดา”  ขณะเดียวกัน ขณะที่ด้านหนึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาจติดเทอร์โบอย่างเต็มพิกัดในการออกปฏิบัติการ ไม่ว่าจะในเรื่องของเฮลิคอปเตอร์ ขอโดรน รวมทั้งขอกำลังไม่ต่ำกว่า 2,000 นาย

อ้างอิง  http://www.matichon.co.th/news/158764

ตรวจสอบ วัดผล การยุทธ์ ‘ธรรมกาย’ ผลงาน ‘ดีเอสไอ’

แต่ก็ปรากฏ “ดิสก์เบรก” ตลอด 2 รายทาง 
1 เป็นดิสก์เบรกอันมาจาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ 1 เป็นดิสก์เบรกอันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กระบวนท่าของ “ดีเอสไอ” จึงบังเกิดสภาพ “รวน” ลักษณะรวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เห็นได้จากอาการ “ถอย” อย่างชนิดที่เรียกว่า ถอยครั้งมโหฬาร ทั้งๆ ที่ยกพยุหโยธาไปจ่อหน้าประตู 1 คลอง 3 แล้ว
ทั้งๆ ที่เฮลิคอปเตอร์พร้อม ทั้งๆ ที่อากาศยานไร้คนขับหรือ “โดรน” พร้อม ทั้งๆ ที่กำลังพลทหารและตำรวจกว่า 2,000 นายพร้อม
บรรดา “กองเชียร์” ก็พร้อม
ไม่ว่าจะมาจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่อุกอั่งตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 2549 ไม่ว่าจะมาจาก กปปส. ที่อุกอั่งตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 2557
แต่ก็จำเป็นต้อง “ถอย” กลับไปรอคอย ณ “ที่ตั้ง”
เพราะที่หวังจะดึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปัญโญ) มานำกำลังพลของทหาร ตำรวจเดินเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายก็ต้องชะงัก ชะงักเพราะเสียงเตือนมาจาก นายวิษณุ เครืองาม
จึงต้องไปปักหลักอยู่ที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จึงต้องไปปักหลักอยู่ที่เจ้าคณะใหญ่หนกลาง อันเท่ากับเป็นการเข้าทางตรอกออกทางประตู ยึดกุม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 มาเป็นเครื่องมือ
เป็นการขยับของ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม เป็นการขยับของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน
 จากนี้จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่าก่อนวันที่ 26 พฤษภาคม ไม่ว่าหลังวันที่ 26 พฤษภาคม บทบาทยังเป็นของ 3 เกลอหัวแข็งอยู่อย่างไม่แปรเปลี่ยน
เป็นไปตาม “คำชี้แนะ” ของ 3 คนนี้
เห็นได้จากการจุดประกายด้วยการนำเสนอ “ข้อมูลใหม่” อันมาจากวัดอ้อน้อย นครปฐม ว่าด้วยชายฉกรรจ์กลุ่มเสื้อแดงพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ทยอยเข้าไปในวัดพระธรรมกาย
จากนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ก็ขานรับ
“เรื่องมีการเผยแพร่ภาพการ์ดเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ปะปนอยู่กับศิษยานุศิษย์อยู่ภายในวัดนั้นยังติดตามตรวจสอบอยู่ เป็นส่วนหนึ่งที่เราพิจารณาด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง”
เท่ากับเป็นปฏิบัติการ “ตีปลาหน้าไซ”
ทำนองเดียวกันกับ ข่าวปล่อยเกี่ยวกับเงินสินบนจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทเพื่อล้มคดีความอันเกี่ยวกับ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) 
คล้ายกับจะมาจาก “ธรรมกาย” แต่เอาเข้าจริงๆ ก็เหมือนกับ “การ์ดเสื้อแดง”
แม้จะเป็นกระบวนการ “ข่าวปล่อย” อย่างแน่นอน แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างเป็นพิเศษจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะว่ามาจาก “บุคคล” สำคัญที่อยู่ “เบื้องหลัง”
บุคคลสำคัญอันเป็น “หัวรถจักร” ในการขับเคลื่อนยุทธการ “ธรรมกาย วอร์” 
อย่าได้แปลกใจหากว่า ในที่สุด สภาพอึกทึกครึกโครมก็ค่อยๆ กลายเป็นความสงบเงียบเป็นลำดับ
แม้ว่าเฮลิคอปเตอร์จะเติมน้ำมันแล้ว แม้ว่าความพร้อมในการกดปุ่มอากาศยานไร้คนขับจะรอเพียงคำสั่ง แม้ว่ากำลังพลกว่า 2,000 คน จะมากด้วยความคึกคัก ทุกอย่างเสมอเป็นเพียงปฏิบัติการทางด้าน “การข่าว” ยังมิได้มีการลงมืออย่างเป็นจริง

No comments

Powered by Blogger.