Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

ขายประเทศให้ต่างชาติได้อย่างถูกกฎหมาย คนไทยได้แต่นั่งมองตาปริบๆ


ขายประเทศให้ต่างชาติได้อย่างถูกกฎหมาย คนไทยได้แต่นั่งมองตาปริบๆ


  ด้วยเงื่อนไขนี้ประกอบกับข่าวนี้ คือขายประเทศให้ต่างชาติได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะคนไทยไม่มีกำลังซื้อด้วยเงินสดมากขนาดนั้น ...
คนไทยเราก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ กันต่อไป เพราะรัฐบาลอ้างได้ว่าเป็นอำนาจรัฐที่สืบเนื่องมาจากมติเห็นชอบจากการโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน

                                                                                                                                         Cr : Ptt Cnkr



อ่านข่าวนี้แล้วนึกถึงข่าวเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 59 - ครม.ให้วีซ่า ต่างชาติอายุ 50 อัพ มีเงินฝาก 3 ล้าน อยู่ไทยนาน 10 ปี   





คนจีนกว้านซื้ออสังหาฯไทย ช้อปสนุกใกล้หมดประเทศ
คุณป้าคนจีนวัย 70 มาเดินเล่นที่เชียงใหม่แล้วถูกใจเลยซื้อบ้านกลับไปด้วย หรือพัทยาเคยมีชาวรัสเซียเข้ามาซื้ออสังหาฯ ถึงร้อยละ 80 แต่ปัจจุบันกลายเป็นเศรษฐีใหม่จีนที่มาถึงก็กว้านซื้อคอนโดไป 20 กว่าชุด



ในช่วงนี้กระแสการเข้ามาเที่ยวไทยที่ดูเหมือนจะกลับมาเพิ่มเหมือนเดิมแล้ว แต่กลุ่มที่มานั้นน่าจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์มากกว่าเดิม ด้วยอานิสงส์ของการร่วมมือกันปราบปราม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ของภาครัฐทั้ง 2 ประเทศ แต่จะยาวนานแค่ไหนนั้นต้องดูกันต่อไป

เร็วๆ นี้ในนิตยสารของจีนได้พูดกันหนาหูหนาตามาก ในเรื่องของการเข้ามาลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย จนกลายเป็นประเด็นว่า “คนจีนนั้นคิดซื้อประเทศไทยเลยหรอ?” ในยุคก่อนที่ญี่ปุ่นเคยร่ำรวยมาก และได้ออกไปกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์กันขนานใหญ่ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ปัจจุบันนี้คนจีนก็ไม่ต่างกับคนญี่ปุ่นในยุคนั้นเลยแม้แต่น้อย

เช่น ที่เชียงใหม่มีคุณป้าคนจีนวัย 70 มาเดินเล่นแล้วเกิดถูกใจก็เลยซื้อบ้านติดไม้ติดมือกลับไปด้วย เดิมพัทยาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาฯ ทั้งบ้าน คอนโดมีเนียม อพาร์ตเมนต์ถึงร้อยละ 80 แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะหมดยุคของกลุ่มรัสเซียเสียแล้ว แต่กลับแทนที่ด้วยบรรดาเศรษฐีใหม่ของจีน ที่เมื่อมาถึงพัทยาก็กว้านซื้อคอนโดไป 20 กว่าชุด 

อีกทั้งยังเป็นห้องชุดที่มีวิวทิวทัศน์ 360 องศาที่งดงามมาก และสนนราคาก็ถูกแสนถูก ซื้อไว้มาพักผ่อนหย่อนใจ และยังถือเป็นการลงทุนราคาถูกของเหล่าคนจีนยุคใหม่อีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน และกรุงเทพฯ ที่ดูเหมือนในขณะนี้จะถูกคนจีนเข้ามาลงทุนซื้อและจับจองอสังหาฯ กันอย่างหนาแน่น ยังโชคดีที่กฎหมายไทยนั้นมีการกำหนดโควตาไว้แล้ว ทำให้การลงทุนซื้อคอนโดฯนั้นมีการแบ่งสัดส่วนชาวต่างชาติไว้ร้อยละ 49 ทำให้บางตึกนั้น สิทธิ์การครอบครองขายหมดลงอย่างรวดเร็ว คือเต็มไปด้วยชาวจีน โดยเฉพาะในย่านรัชดาที่เวลาเข้าไป จะนึกว่าหลุดไปในประเทศจีนเสียแล้วกระไร

เฉพาะในต้นเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว (พ.ศ.2559) มีชาวจีนเข้ามาหาซื้อคอนโดในพัทยากันหนาตามาก ไม่ว่าจะมาจากทางตอนเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตอนใต้ของประเทศจีน ทั้งวัยกลางคน วัยรุ่น จัดกันมาชมคอนโดในพัทยาที่มีวิวทะเล สะอาด สวย ใหม่ อีกทั้งยังมีทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า ห้องสมุด ห้องรับแขก สถานเด็กเล่น ที่พรั่งพร้อมจนถูกใจบรรดาหมวยตี๋แปะซิ้มกันไปตามกัน

สิ่งเหล่านี้คงหาในจีนไม่ได้ เพราะห้องที่จีนส่วนมากแล้วถ้าไม่ใช่พวกหรูหราราคาสูงมากๆ นั้น ทั่วไปจะเป็นห้องเปลือยเปล่าที่มีเพียงผนังปูน ให้เราต้องเข้ามาตกแต่งเองจัดการเอง จนเหนื่อยอ่อนทั้งการตบแต่งห้อง และเหนื่อยจากการทะเลาะกับบรรดาช่างต่างๆ อีกด้วย..




อีกทั้งยังไม่มีพื้นที่ส่วนกลางที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำห้องที่สดสวยมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ อีกทั้งยังไม่ต้องมาแบ่งพื้นที่กันแบบแปลกๆ ด้วยวิธีคิดแบบของจีน เพราะในประเทศจีนเวลาซื้อห้องสมมติว่า... “พื้นที่ 70 ตารางเมตร แต่ขนาดใช้สอยจริงจะมีเพียงประมาณ 58 ตารางเมตร แล้วพื้นที่ส่วนที่หายนั้นหายไปไหนหรอ?” 

อย่าแปลกใจไปเลย คือ เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ต้องร่วมกัน คือ ตั้งแต่ลิฟท์ที่เดินออกมา เราต้องมาร่วมเฉลี่ยด้วย ฉะนั้นพื้นที่ใช้สอยจริงจึงมีลดลงตามสัดส่วน แต่ความจริงเวลาจ่ายค่าส่วนกลางนั้นต้องจ่ายเต็มจำนวน แถมสิทธิในการถือครองยังมีเวลาที่จำกัดด้วย ไม่ใช่ซื้อขาดเช่นในประเทศไทย

จึงไม่น่าแปลกใจหรอกที่อสังหาฯ ที่ขายใน ประเทศไทย ในหลายเมือง มีโฆษณาเป็นภาษาจีนกันมากมาย อีกทั้งยังมี “เซลส์แมน-เซลล์เกิร์ล” พูดจีนกันคล่องปรืดปราด เพื่อสนองความต้องการในการดูแลลูกค้าชาวจีนเหล่านี้กันยังไงล่ะ

คนจีนนั้นยังพูดกันอีกว่า “แค่ได้มานอนเล่นก็คุ้มแล้ว”




ยิ่งได้ว่ายน้ำในสระน้ำสวยหรูท่ามกลางแสงแดด มีลมพัดเบาๆ มีสาวๆ หนุ่มๆ เดินไปมา ชีวิตช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้ ดูสโลว์ไลฟ์ดีจัง การมาซื้อบ้านพักตากอากาศ จนมีแผนการจะอพยพมาอยู่ไทยอย่างถาวรนั้น ดูเป็น “เป้าหมาย” ของเหล่าคนจีนจำนวนมาก

ห้องชุด 4 นอน ราคาประมาณ 15 ล้านบาทไทย คิดเป็นเงินหยวนก็แค่เพียง 3 ล้านหยวนเอง หรือถ้าเล็กลงหน่อยเอาแบบ 1 ห้องนอนก็แค่ 3 - 5 ล้านบาทไทย คิดเป็นเงินหยวนก็แค่เพียง 8-9 แสนหยวนเท่านั้น สำหรับคนจีนฐานะธรรมดานั้น ถือว่าซื้อได้สบายมาก หรือหากกลับไปขยันทำงานเก็บเงินหน่อยขี้คร้านจะซื้อเล่นได้ 3-4 ชุด ราคาแบบนี้คงซื้อได้แค่ “ห้องน้ำ” ในเมืองปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เท่านั้นแหละ...!!

หากดูจากการสำรวจพวกนายหน้าขายบ้านและที่ดินให้กับชาวจีนแล้วจะพบว่า “กำลังซื้อของชาวจีนนั้นดีมาก และดูตลาดจะร้อนแรงมาก ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมามีลูกค้าชาวจีนมาสอบถามและซื้อกันค่อนข้างคึกคัก แทนที่กลุ่มทุนรัสเซียที่ทยอยกลับประเทศกัน ประกอบกับในช่วงปีที่ผ่านมา อสังหาฯในจีนโดยเฉพาะปักกิ่งที่ราคาพุ่งขึ้นไปอีก เฉพาะห้องพักในวงแหวนที่ 5 ในปักกิ่งก็ซื้อไม่ได้ หากจำนวนเงินของห้องที่ซื้อในบริเวณนั้น สามารถนำมาซื้อห้องขนาดเล็กที่ไทยได้ถึง 20 ห้องทีเดียว”

ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายในเมืองใหญ่ของจีน ที่เต็มไปด้วย “หมอกควันพิษ ทัศนวิสัยการมองเห็นต่ำมาก และมีอันตรายต่อการดำรงชีวิตด้วย” รวมถึงการควบคุมการขับขี่รถยนต์ในจีนที่มีการแบ่งวันคู่วันคี่อย่างเคร่งครัด การอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นก็สร้างความกดดันไม่น้อย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เมื่อเหล่าคนจีนมาพบ “อสังหาฯ ในเมืองไทย” จึงตื่นตาตื่นใจจนแทบอยากจะช้อปเอากลับไปทั้งประเทศ นี่ยังดีนะที่ไม่สามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ ไม่งั้นอนาคตคนไทยคงต้องมาขอเช่าบ้านจากคนจีนแน่ๆ...!!

ที่มา www.dailynews.co.th/article/547340
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

No comments

Powered by Blogger.