Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

2 สื่อยักษ์ใหญ่ยัน แกะสลักพระใหญ่ที่อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ขออนุญาตถูกต้อง ไม่บุกรุก-ใช้พื้นที่เหมืองร้าง


ไทยรัฐ: แจงแกะสลักพระใหญ่ที่อู่ทอง สุพรรณบุรี ขออนุญาตถูกต้อง พระธรรมพุทธิมงคล แจงแกะสลักพระใหญ่ที่อู่ทอง ขออนุญาตถูกต้อง - thairath.co.th http://www.thairath.co.th/content/712360
ขอชื่นชม :ไทยรัฐ  ที่ลงความถูกต้องให้คนรับทราบ


เดลินิวส์ : ยัน แกะสลักหลวงพ่ออู่ทองไม่บุกรุก-ใช้พื้นที่เหมืองร้าง 
สำนักพุทธศาสนาสุพรรณฯ ยันขออนุญาตก่อสร้างพระแกะสลักบนภูเขาถูกต้องทุกอย่าง วัดป่าเลไลย์ฯเป็นผู้ริเรื่ม หวังให้เป็นพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลก  เผยไม่ได้เป็นการบุกรุกหรือระเบิดภูเขาเพราะเป็นเหมืองร้าง เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2559 เวลา 06.39น.
ขอชื่นชม เดลินิวส์ ที่ลงความจริงให้ชาวโลกรู้
รายละเอียดข่าว อ่านต่อได้ที่
http://www.dailynews.co.th/regional/521572



การสร้างพระแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุด ในโลก ขออนุญาตถูกต้อง

สำนักพุทธศาสนาเมืองสุพรรณบุรี ชี้แจงสร้างพระแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลกขออนุญาตถูกต้อง นายอานนท์ รักผล เจ้าพนักงานศาสนสมบัติชำนาญการ สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสุพรรณบุรี
เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ให้ความเห็นกรณีการก่อสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรีและพระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณภูผามังกรบิน 

เขตโบราณสถานเมืองอู่ทอง อ.อู่ทอง ในโลกโซเชียล และคนบางกลุ่ม ว่าทำลายธรรมชาติโดยไม่ได้ขออนุญาตจากรมป่าไม้
 เรื่องนี้ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งคนที่พูดไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นมาอย่างไร
จึงต้องชี้แจงให้ผู้ที่ไม่รู้ได้รับทราบ ในโซเชียลมิเดีย ที่ออกมาโจมตีแบบนี้ขอให้เข้าใจว่าทีตอนนี้
ขออนุญาตเรียบร้อยหมดแล้ว แต่เดิมมีบริษัท ได้สัมปทานมาระเบิดภูเขาอย่างถูกต้องเมื่อปี 2534เป็นปีสุดท้าย หลังจากนั้นทางราชการก็ไม่ต่อสัญญา จึงปล่อยทิ้งล้างไว้
จนกระทั่งพระธรรมพุทธิมงคล ได้เข้ามาพัฒนาเพื่อทำประโยชน์แก่ชาวเมืองอู่ทองและพระพุทธศาสนาของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีดำริที่จะสถาปนาพระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก
และก่อสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ภูผามังกรบิน เขตโบราณสถานเมืองอู่ทอง อ.อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วย


 เหตุผลสอดคล้องทั้งในด้านพื้นที่ ที่กรมศิลปากรยืนยันว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ และหลักฐานทางโบราณคดีที่มีข้อพิสูจน์ว่า
พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดียทรงพระโสณะและพระอุตระเถระ เข้ามาในต้นพุทธศตวรรษที่ 3 ดังหลักฐานจารึกศิลา ปุษยคีรีและธรรมจักรบนยอดเสาอโศก
ที่บริเวณภูเขาใกล้กับวัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งการก่อสร้างดังกล่าวจะแล้วเสร็จปลายปี 2560 นี้ ส่วนกรณีที่มีการโจมตีว่าเกี่ยวข้องกับพระธรรมกาย นั้นไม่เป็นความจริง
เพียงแต่มีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญสมทบทุนที่สร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกว่าใครก็ได้ที่จะมาทำบุญแม้แต่ต่างศาสนาถ้ามาทำบุญแล้วรับหมด
ไม่มีการเฉพาะเจาะจงว่าเป็นคณะใด บุคคลใด ถ้ามาทำบุญเพื่อส่วนรวมแกะสลักพระก็ยินดี
จึงขอยืนยันว่าโครงการแกะสลักพระนี้ไม่ใช่โครงการของวัดพระธรรมกาย
แต่เป็นโครงการของเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการ
ด้านพระธรรมพุทธิมงคล เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เปิดเผยว่า เนื่องจาก จ.สุพรรณบุรี ยังไม่มีพุทธมณฑล 




 อีกทั้งมีเนื้อที่ของกรมป่าไม้กว่า 500 ไร่ ที่คณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ขอเข้าไปใช้ประโยชน์โดยผ่านทางจังหวัดสุพรรณบุรี โดยนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ดำเนินการให้สมัยดำรงตำแหน่ง และขออนุญาตดำเนินการจากกรมป่าไม้อย่างถูกต้อง ไม่ได้บุกรุกหรือทำลายธรรมชาติอย่างที่หลายคนเข้าใจ โครงการนี้อยากทำมานาน เมื่อพบพื้นที่เหมาะสมจึงดำเนิน แกะ พระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุด จะเป็นโครงการที่ชาวพุทธทั่วโลกชื่นชมยินดีและให้ความสนใจเดินทางมากราบไหว้บูชา เพราะโครงการดังกล่าวถือเป็นที่สุดในโลก เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

1 comment:

  1. ท่านเจ้าคุณท่านทำถูกต้องแล้ว คนที่คัดค้านคือพวกที่ไม่อยากให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง

    ReplyDelete

Powered by Blogger.