Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

วาทะกรรมทำลายสังคม ตอน "ธวัชชัย" มีผู้อื่นทำให้ตาย แต่ไม่ใช่ฆาตกรรม




พ.ต.อ.มานะ ระบุอีกว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานในช่วงที่ผ่านมา 21-22 วัน สามารถพิสูจน์ และบ่งชี้ให้เห็นได้ว่า นายธวัชชัย เสียชีวิต มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะมีผู้อื่นทำให้ตาย แต่ขอย้ำว่าไมใช่ฆาตรกรรม ซึ่งจะต้องสืบสวนสอบสวนประเด็นนี้ต่อไป ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/719200



กด - ชมคลิปเต็ม ๆ -
ที่มา  เรื่องเล่าเช้านี้ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ชี้ 'ธวัชชัย' จนท.ที่ดินพังงา ถูกทำให้ตาย แต่ไม่ใช่ฆาตกรรม

ถูกทำให้ตาย แต่ไม่ใช้ฆาตกรรม อนาคตรุ่งเลยล่ะพูดแบบนี้ ถ้าไม่หมดยุคก่อนนะ 555 วิบัติหมดทั้งภาษากฎหมายและภาษาไทย  อ้าว! ตบมือสิค่ะ รออะไรกันอยู่ ปั๊ดโธ่!


  สงสัยต้องถามเพิ่มเติมจากคุณหมอเหรียญทอง เพราะสมัยนี้ภาษามันเข้าใจยาก  จะถามซะหน่อย....ว่าถูกทำให้ตาย แต่ไม่ใช่ฆาตกรรม...คำตอบมันคืออะไร...ประเทศไทยจงเจริญ..งง

แต่...เท่าที่ค้นหาใน Google ตายโดยมีคนทำให้ตาย ภาษาไทยและภาษากฎหมาย เขาเรียกว่า  "ฆาตกรรม" 

พักแพ๊บ
.....

“หมอพรทิพย์”เผย ฟิล์มX-RAY ชี้จนท.ที่ดินพังงาผูกดับ”ตับแตก ซี่โครงหัก”ช่วง 9โมงเช้า

  หมอพรทิพย์ กล่าวว่า  จากข้อมูลของดีเอสไอที่ให้มา คือ บานพับประตูอยู่สูงเหนือพื้นพอสมควร เราได้จำลองเอาคนที่รูปร่างสูงเท่าผู้เสียชีวิต ก็สรุปได้ว่า จากบานพับประตูก้นจะลอยเหนือพื้นประตู ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ โดยส่วนของบานพับประตู จะต้องปิดประตูเท่านั้นจึงจะแขวนได้ ซึ่งก็อยู่ที่ว่าผู้ตายจะถูกจับแขวนหรือแขวนเอง ส่วนที่มองว่าถุงเท้าจะแขวนคอได้หรือไม่นั้น เมื่อตนชั่งน้ำหนักดูก็เป็นไปได้ แต่ในส่วนอื่นคงตอบไม่ได้เนื่องจากดีเอสไอไม่ได้ให้ข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่แรก ที่มา http://www.matichon.co.th/news/290743                          


ส่วนคุณหมอพรทิพย์ หวังสร้างวาทะกรรมทำลายสังคม ช่วยเหลือพวกพ้อง โดยไม่สนใจความถูกต้อง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ทำลายชาติ ศาสนา  จากผลงานที่ผ่านมา



พูดไป ไม่ต้องรับผิดชอบ



ที่มา ชกไม่มีมุม  วงค์ ตาวัน https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_18456

 คดีอดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงาตายปริศนาในห้องขังของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น คนทำงานก็ทำกันไป เก็บรายละเอียดพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อเตรียมตอบคำถามสังคมให้ได้ทุกปมประเด็น เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายในการสรุปคดี
 แต่ระหว่างที่คนทำก็ทำกันไปเช่นนี้ คนพูดก็พูดไปเรื่อยเช่นเดียวกัน ไม่สนใจว่าจะเกิดความสับสนอลหม่านให้กับผู้คนในสังคมเช่นไร อย่างว่า พูดแล้วกลายเป็นข่าวดัง ตัวเองก็ดังไปด้วย
 ตอนที่กระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคดีนี้ พอเห็นรายชื่อ เขาก็รู้กันทั้งเมืองว่า เดี๋ยวต้องวุ่นแน่คดีนี้ จะต้องมีคนช่างจ้อออกมาฉะคนนั้นคนนี้ ประหนึ่งว่าตนเองนั้นดีเลิศ รู้ไปหมดทุกอย่าง คนอื่นแย่ไปเสียทั้งหมด แล้วก็เป็นจริงๆ ทั้งที่พฤติกรรมของคนบางคนนั้น ทั่วสังคมรู้กันดี เพราะเคยมีตัวอย่างมามากมายหลายคดี อาจจะมีผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมบางคนไม่เคยรู้ ยกเว้นว่า ชอบบรรยากาศความสับสนอลหม่านในทาง คดีความ มีความสุขถ้าได้เห็นอะไรต่อมิอะไรมันยุ่งเข้าไว้ แล้วพูดกันตรงๆ บทเรียนจากคดีต่างๆ ก่อนหน้านี้ ที่ชอบออกมาวิพากษ์วิจารณ์ล้ำหน้าคนอื่น ก็ผิดข้อเท็จจริงมากมาย
 รู้แค่ในกรอบความเชี่ยวชำนาญของตน แต่พูดจาใหญ่โตราวกับตัวเองเป็นผู้ควบคุมการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด! ลองย้อนไปดูคดี ห้างทอง ธรรมวัฒนะ ที่ตายปริศนา เช่นกัน การหาความจริงต้องอาศัยพยานหลักฐานมากมาย แต่บางคนชี้ได้หมดไปก่อน แค่ดูรูปถ่าย อธิบายได้ครบถ้วน
ราวพ่อมดหมอผี!! สุดท้ายตามพยานหลักฐานก็ชี้ได้ว่า การตายของนาย ห้างทองนั้น ไม่ปรากฏอะไรที่สรุปได้ว่าเป็นการฆาตกรรม ก็ลงเอยเป็นคดีฆ่าตัวตาย คดีฆ่าเอกยุทธ อัญชันบุตร ก็เกิดความปั่นป่วนให้กับสังคมมาแล้ว กล่าวหาตำรวจไว้ก่อนว่าจับแพะจับแกะ สุดท้ายพยานหลักฐานที่ตำรวจนำส่งฟ้องต่อศาลนั้น มีน้ำหนักรับฟังได้หมด เป็นไปตามรูปคดีที่ตำรวจทำนั่นแหละ คือ คนขับรถกับเพื่อน ลงมือฆ่าด้วยความโลภ ประสงค์ต่อเงินทอง
กระทั่งศาลตัดสินแล้วถึง 2 ศาล เป็นไปตามนั้น ทุกประการ! กลุ่มจำเลยโดนจำคุกตลอดชีวิต พ่อแม่ เพื่อนฝูงติดคุกกันถ้วนหน้า จนป่านนี้ ยังไม่มีใครโวยสักคำว่า ตัวเองเป็นแค่แพะ มีกลุ่มคนมีสีอะไรมาฆ่าแล้วป้ายความผิดให้ติดคุกแทน สารภาพว่าฆ่าเองนั่นแหละ ยังมีที่ไปเลียบๆ เคียงๆ คดีเกาะเต่าอีก สุดท้ายที่พูด ก็ตรงกันข้ามกับผลการตัดสินของศาล นี่เป็นแค่ 2-3 คดีใหญ่ที่เป็นตัวอย่าง
พูดให้ยุ่งเข้าไว้ ตอนจบเป็นเช่นไร ไม่ต้อง รับผิดชอบ!

No comments

Powered by Blogger.