Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

ใช้นิติศาสตร์ พิฆาตสังฆมณฑล ตอน รัฐธรรมนูญทุกฉบับ บังคับให้พระเป็นพลเมืองชั้น 2


ใช้นิติศาสตร์ พิฆาตสังฆมณฑล
ตอน รัฐธรรมนูญทุกฉบับ บังคับให้พระเป็นพลเมืองชั้น 2
.
@@@ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงบัญญัติให้ประเทศไทย มี 3 สถาบัน ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทรงใช้ธงสามสี (ไตรรงค์) เป็นสัญลักษณ์แทนทั้ง 3 สถาบัน ทั้งยังทรงระบุไว้อย่างชัดเจน ว่า ศาสนา หมายถึง พระไตรรัตน์  ซึ่งก็หมายถึงพระพุทธศาสนานั่นเอง ไม่มีเป็นอย่างอื่น


.
@@@ พ.ศ.2475 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
ฆราวาสร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใช้ โดยยึดต้นแบบจากอังกฤษ (พยายามบอกกันเช่นนั้น) แต่ก็มีการทำรัฐประหารสำเร็จมาเกือบ 20 ครั้ง และก็เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ มาโดยตลอด
.
ทั้ง 3 สถาบันนี้ ก็ยังคงเป็น 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ในรัฐธรรมนูญ ยังแยกเฉพาะส่วนของชาติ ย่อย ออกเป็น 3 ฝ่ายประกอบด้วย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ  โดยแยกกันอย่างชัดเจน มาโดยตลอด
.
@@@แต่รัฐธรรมนูญทุกฉบับ มีการยกพลเมือง 4 กลุ่ม ให้กลายเป็นพลเมืองชั้น 2 ประกอบด้วย
1.พระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
2.อยู่ระหว่างการเพิกถอนการเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะสิ้นสุดแล้วหรือไม่
3.ต้องคุมขังอยู่ โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
.
กลุ่มที่ 2-4 คือกลุ่มบุคคลที่ถูกลงโทษหรือตัดสินผ่านกระบวนการทางกฎหมายมาแล้วทั้งสิ้น ทำให้พวกเขากลายเป็นพลเมืองชั้น 2
.
ผลของการเป็นพลเมืองชั้น 2 คือ ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิลงรับสมัครเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิเสนอกฎหมาย ไม่มีสิทธิคัดค้านกฎหมาย หรือคัดค้านผู้มาจากการเลือกตั้ง
.
ซึ่งสิทธิเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นสิทธิขั้นสูงสุดอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
.
ที่น่าตลก มีการนำเอาพระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ไปรวมอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งส่งผลให้กลุ่มที่หนึ่ง คือพระและนักบวช เทียบเคียงกับผู้ที่ถูกลงโทษผ่านช่องทางทางกฎหมายมาแล้ว ดูๆแล้ว ถ้าดูตามกฎหมาย  พระกับคนวิกลจริตจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ นี้มีสถานะเท่ากันทางกฎหมาย
.
ที่น่าตลกไปกว่านั้นอีก ก็คือ กลุ่มที่หนึ่งนี้ นับเอาเฉพาะบุคลากรทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แถมแม่ชี ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
.
 พลเมืองชั้น 2 เหล่านี้ ก็มักจะมีกฎหมายพิเศษ และบางอย่างก็ยกไว้เป็นพิเศษ เช่นกัน
.
@@@ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา  พระถูกตัดสิทธิ กลายเป็นพลเมืองชั้น 2 ไปแล้ว  แต่ผู้คนยังกราบไหว้บูชาพระอยู่มาก จึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
.
พระท่านก็คิดว่า กฎหมายที่ฆราวาสออกมา ต้องการให้พระเป็นพลเมืองพิเศษ (ทั้งที่ถ้ายึดตามตัวกฎหมาย ท่านคือพลเมืองชั้น 2 ไม่ใช่พลเมืองชั้นพิเศษ) จึงอยู่แบบพิเศษ  ท่านจึงเน้นยึดหลักพระธรรมวินัย หลักชนบธรรมเนียมวัฒนธรรม ประเพณี ตามแบบของพระสืบๆ กันมา โดยแทบไม่มีพระองค์ไหน ไปสนใจกฎหมายบ้านเมืองเลย
.
@@@ แม้แต่เมื่อฆราวาสประกาศว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย พระท่านก็ไม่เคยสนใจ และไม่เคยเดือนร้อน เพราะคิดว่าเป็นพลเมืองพิเศษไปแล้วนั่นเอง
.
ฆราวาส ก็มีการออกกฎหมายต่างๆ มาบังคับใช้ โดยออกเป็น กม.ต่างๆ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ลงมายัน ประกาศคำสั่ง ข้อบังคับ



.
@@@ พระพุทธองค์ ทรงนำเอาพระธรรมวินัย มาสอนพุทธบริษัท  ถ้านำมาเทียบกับทางโลก ที่พอจะเอามาเทียบเคียงกันได้ คือ  พระธรรม ดูๆ เหมือนหลักรัฐศาสตร์ (แต่พระธรรมมีคุณค่ามากกว่ามากจนแทบจะเทียบกันไม่ได้ แต่ผมขออนุโลมไว้เพื่อให้เห็นชัด)  ส่วนพระวินัย ก็คือหลักนิติศาสตร์  นั่นเอง
.
ดังนั้น พระท่านจึงมีทั้งหลักรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ พร้อมกันมากกว่า 2000 ปีแล้ว
.
นั่นหมายความว่า พระท่านก็มีกฎหมายของพระ  และกฎหมายพระฉบับแรกที่สำคัญ คือพระวินัย
.
@@@ ต่อมา ฆราวาส  ก็ออก  พรบ.มาบังคับให้พระใช้  คือ พรบ.สงฆ์   อันนี้เท่ากับ ฆราวาส เขียนกฎหมาย แล้วบังคับให้พระปฏิบัติแล้ว และพระก็ปฏิบัติตามกฎหมายที่ ฆราวาสเขียนขึ้นมา
.
@@@ มหาเถรสมาคม จึงอุบัติขึ้น กลายเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของพระ (แต่ในอดีตก็มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช มาปกครองสงฆ์มาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ มาเป็นรูปแบบของกฎหมาย)
.
การทุกอย่างของคณะสงฆ์ ทั้งการปกครอง การศึกษา ศาสนาวัตถุ ศาสนาสถาน การบริหาร ที่สำคัญการระงับอธิกรณ์ต่างๆ และอื่นๆ ล้วน เป็นอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายหรือสูงสุด คือ มหาเถรสมาคม หรือที่เรียกกันว่า มส.
.
ต่อมา ฆราวาสก็มีการแก้ พรบ.ตัวนี้หลายรอบ ทั้งผ่านความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม และไม่สนใจมหาเถรสมาคมก็มีอย่างที่ปรากฏ
.
@@@ มาวันนี้ ฆราวาส ก็เตรียมออกกฎหมายจะมาบังคับใช้กับพระอีกแล้ว  บางคนเสนอกฎหมาย เสมือนหนึ่งว่า จะออกกฎหมายเพื่อบังคับให้พระเป็นพระอรหันต์เลยทีเดียว
.
ด้านหนึ่ง ฆราวาสเขียนให้พระกลายเป็นพลเมือชั้น 2 (แต่พระคิดว่าเป็นพลเมืองชั้นพิเศษ)  ทำให้พระกับคนวิกลจริตจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ นี้มีสถานะเท่ากันทางกฎหมาย
.
อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้  ฆราวาส  ก็ออกมาระดมเสียง บอกว่า พระต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนคนทั่วไป
.
@@@ คงลืมไปว่า  รัฐธรรมนูญทุกฉบับบังคับให้ท่านเป็นพลเมืองชั้น 2 ไปแล้ว ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง ไม่มีเสนอกฎหมาย ไม่มีสิทธิคัดค้านกฎหมาย ไม่มีสิทธิคัดค้านผู้มาจากการเลือกตั้ง
.
แต่ตอนนี้มาปลุกว่า " พระต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย "
.
ความจริงก็ไม่ผิดหรอกครับ พระก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ฆราวาสเขียนมาอยู่ดี   แต่อย่าลืมนะครับ พระพุทธศาสนาคือ 1 ใน 3 สถาบันหลักนะครับ  และมีสัญลักษณ์อยู่บนธงชาตินะครับ
.
ดังนั้นแม้ท่านจะอยู่ภายใต้กฎหมายซึ่งก็นับว่าถูกต้อง แต่กระบวนการจัดการความผิด ต้องมีกระบวนการที่ซับซ้อน คือต้องมีการผ่านกระบวนการทางสงฆ์
ขนาดทหาร ยังมีศาลทหาร ความผิดหลายเรื่องของทหารก็ต้องไปขึ้นศาลทหารก่อน
.
และทำไม เมื่อพระเกิดคดี ไม่ยอมให้ขึ้นศาลของพระก่อนละ
.
@@@ กรณีท่านธัมมชโย ท่านเคยถูกยกขึ้นสู่ศาลสงฆ์มาแล้วก็จริง แต่เป็นเรื่องที่ดิน เราต้องแยกออกเป็นเรื่องๆ เป็นกรณีให้ชัดเจน
.
@@@ เรื่องของศาลสงฆ์ หรือกฎหมายสงฆ์ หรือพระวินัยนั้น บางอย่างอาจผิดพระวินัย แต่ไม่ผิดกฎหมายทางโลก บางอย่างอาจผิดกฎหมายทางโลก แต่ทางพระวินัยอาจไม่ผิด  ดังนั้นจะใช้มาเป็นตัวชี้วัดไม่ได้ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ไปด้วยกันได้
เพราะกฎหมายของพระที่บัญญัติโดยพระพุทธองค์  ทรงเน้นเรื่อง “ เจตนา “
แต่กฎหมายทางโลก แม้ไม่มีเจตนา ก็ไม่พ้นผิด เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว แต่โทษอาจลดหลั่นลงไป
.
@@@ นี้ยังมีการจัดการพระด้วยกฎหมายอีกจำนวนมากนะครับ ที่หลายคนยังไม่ได้รับทราบ
.
ตัวอย่างเช่น
.
ใช้กฎหมายกรมศิลป์  จัดการเจ้าอาวาสวัดกัลยาณ์
.
ใช้กฎหมาย กสทช. ยุบสถานีวิทยุช่องพระพุทธศาสนาทั่วประเทศจำนวนหลายสถานี ซึ่งเป็นสอนธรรมะ และสถานีวิทยุในเครือข่ายหลวงตามหาบัว โดยมากที่สุด (แต่เหตุเกิดหลังหลวงตามหาบัวท่าน ละสังขารไปแล้ว)
.
ใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในวัด จัดการเจ้าอาวาสทั่ว จังหวัดน่าน
.
ใช้กฎหมาย ป่าไม้ อุทยาน ไล่ทุบวัดสำนัก ในอยู่ในป่า ในอุทยาน ในที่สาธารณ แม้หลายที่ตั้งก่อนประกาศเป็นอุทยานก็ตาม
.
บังคับให้พระธุดงค์ออกจากป่า โดยอ้างคำสั่งอดีตอธิบดี และมติมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระพักนักอยู่ในป่า
.
แถมมีการเสนอให้ยุบมหาเถรสมาคมบ้างเพราะไม่มีในพระไตรปิฎก
.
เสนอให้มหาวิทยาลัยสงฆ์เลิกสอนทางโลกบ้าง
.
เสนอให้เก็บภาษีพระบ้าง
.
เสนอให้เจ้าอาวาสมีวาระ 5 ปีบ้าง
.
เสนอให้พระห้ามจับเงินบ้าง



.
@@@ ล่าสุด คำสั่ง ม.44 จัดการวัดพระธรรมกาย
.
ตอนนี้ก็มีการทูลเกล้าปลดท่านธัมมชโย และท่านทัตตชีโว ออกจากสมณศักดิ์  ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องทางโลก  ผมน้อมรับ
.
@@@ แต่ที่น่าตกใจ กับข่าว คือจะจับท่านสึก  อันนี้ถ้าจะมีการทำจริง ก็ถือว่า เดินผิดทางแล้ว
.
การจะจับพระสึกได้นั้น ต้องให้พระท่านขาดจากความเป็นพระเพราะปราชิก  ก่อน และตามหลักพระวินัย การตัดสินว่าท่านต้องปราชิกหรือไม่ ต้องเป็นมติของคณะสงฆ์ไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่ง
.
ย้ำ “ การตัดสินว่า พระรูปใด ต้องอาบัติปราชิก (ขาดจากความเป็นพระ) ต้องเป็นมติของสงฆ์ผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่ง “
.
@@@ ที่น่าตกใจกว่าอีก มีการเสนอเล่นงาน ตั้งแต่สมเด็จวัดพิชัยญาติ ลงมา ซึ่งต้องถือว่า เดินหน้ารุกฆาต 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ อย่างไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น
.
@@@ ย้อนกลับไป เรื่องรัฐธรรมนูญผู้ที่ตัดสิทธิพระ  คือ ฆราวาสออกกฎหมายบังคับให้พระเป็นพลเมืองชั้น 2 เช่นนี้สมบูรณ์ไปแล้ว เมื่อพระมีปัญหาอะไร ควรทำให้ถูกลำดับตามขั้นตอนนะครับ
.
นั่นคือ เมื่อพระรูปไหนมีปัญหา(ต้องอธิกรณ์)  ต้องเข้าสู่กระบวนการตัดสินของพระก่อน และกระบวนการตัดสินของพระ คือ องค์กรปกครองสงฆ์ตามลำดับชั้น จนสูงสุดอยู่ที่มหาเถรสมาคม
.
ต่อเมื่อ คณะสงฆ์ได้มีมติ โดยยึดหลักพระธรรมวินัยเสร็จแล้ว ฆราวาสจึงค่อยนำตัวท่านมาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายทางโลก ที่เหล่าฆราวาสเขียนมาบังคับว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงไม่มีการยกเว้นพระ
.
@@@@@ ผมขอเสนอให้ รัฐทำอย่างนี้ 
.
1.มีเหตุเกิดขึ้นกับพระรูปใดที่สำคัญ ก็ให้ยกเป็นอธิกรณ์
2.แจ้งเรื่องของพระที่ต้องอธิกรณ์ ให้มหาเถรสมาคมรับทราบ
3.เสนอเรื่องพระที่ต้องอธิกรณ์ ตามลำดับชั้นของคณะสงฆ์ ได้ตัดสินใจตามลำดับชั้น
4.รอให้อธิกรณ์ จบเสร็จสิ้น ตามหลักพระธรรมวินัย
5.หากยังมีความผิดทางโลกต่อ ให้นำตัวท่านขึ้นสู่กระบวนการทางกฎหมายทางโลก
6.ให้ศาลตัดสิน
.
@@@ ตอนนี้ มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่เรียบร้อยแล้ว พระองค์ทรงเป็นประธานของมหาเถรสมาคม ก็ควรที่ ฆราวาสจะให้เกียรติพระองค์ด้วย  โดยการนำเสนออธิกรณ์ให้คณะสงฆ์ดำเนินการจนแล้วเสร็จตามกระบวนการทางสงฆ์
.
ขนาดคดีต่างๆ ขึ้นสู่ศาล ยังมีระยะเวลา และยังมีหลายศาล ซึ่งกว่ากระบวนการต่างจะจะสิ้นสุด หลายๆคดี ก็ใช้ระยะเวลาหลายปี ซึ่งเป็นดุลยวินิจของศาล และตามที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า ทหารก็ยังมีศาลทหาร การดำเนินการก็ต้องขึ้นศาลทหารก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่าทีหลัง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามขึ้นตอน
.
@@@ ถ้าฆราวาสทำแบบนี้
.
อย่างแรก เป็นการยกย่องตามที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงบัญญัติเรื่อง 3 สถาบันหลักของประเทศเอาไว้
.
อย่างที่สอง เป็นยกพระเกียรติให้สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ได้ดำเนินการระงับอธิกรณ์
.
อย่างสุดท้าย ดำเนินการอย่างถูกต้องและเหมาะสม คือให้ผ่านกระบวนการของสงฆ์จนแล้วเสร็จ จึงค่อยเป็นกระบวนการทางกฎหมายทางโลกของฆราวาส
.
หากเป็นเช่นนี้  ความวุ่นวายจะลดลงไป ความรุนแรงก็จะไม่เกิด
.
ม.44 ที่เป็นกฎหมายร้อนขณะนี้  ก็จะกลายเป็น กฎหมายเย็น

ผนึกกำลังชาวพุทธ หยุดภัยคุกคาม
We Are Buddhists
พวกเราคือชาวพุทธ

Cr : นายกรณ์   มีดี
เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
นายกสมาคมทางสายกลาง
11 มี.ค. 2560

ติดตามต่อทุกเรื่องราวที่
https://m.facebook.com/Mr.Korn.Meedee/

No comments

Powered by Blogger.